| โทรศัพท์ |
||
| หน้าแรก | รายการสินค้า | ดูสินค้าในตระกร้า | วิธีซื้อสินค้า | ศูนย์บริการลูกค้า |
| เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา | ||||
ข่าว
มาช่วยกันออกแรงสานฝัน อุตฯซอฟต์แวร์ไทยโตแบบยั่งยืน
|
หากเทียบขวบปี นับแต่กระทรวงเทคโนโลยีสานสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)แห่งนี้ก่อเกิดขึ้นมา ก็ร่วม 4 ปีกว่า ทุกคนมองและคิดเหมือนผู้เขียนหรือไม่ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศน่าจะพัฒนาไปไกลกว่านี้
ทำไมผมหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาคอมเมนท์ หรือว่าที่ผ่านมาผู้ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลไม่มีความเข้าใจถึงรากฐานที่ดีพอ เลยทำให้หัวใจสำคัญของการสนับสนุนในแต่ละภาคส่วนทำได้ไม่ค่อยตรงจุดนัก เห็นได้ชัดเจนเรื่องการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบเปิดหรือโอเพนซอร์ส ที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ตั้งคำถามแทงใจดำว่า "เจ้ากระทรวงก่อนหน้าเข้าใจความหมายของโอเพนซอร์สจริงๆหรือเปล่า..? เพราะถ้าเข้าใจอย่างถ่องแท้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศจะต้องเน้นไปที่การพัฒนาด้วยตัวเองเป็นหลัก แทนที่จะนำเข้าเพียงอย่างเดียว "การสอนให้คนในประเทศรู้จักพึงพาตัวเองนั้น จะปูทางไปสู่การประหยัดในอนาคต ซึ่งถือเป็นหนึ่งของรัฐบาลที่เน้นย้ำให้คนในชาติรู้จักพอเพียง" ประเทศไทยมีของดีอยู่ในมือ ทั้งการพัฒนาด้านแอนิเมชั่น ซอฟต์แวร์เพื่อเอสเอ็มอี และซอฟต์แวร์ฝังตัว(Emdedded Software ) และอีกหลายด้าน หากเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้วยตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้อนาคตการเติบโตด้านเทคโนโลยีของประเทศจะมาจากการพัฒนาของคนไทย อันจะช่วยไม่ให้ประเทศต้องเสียดุลการค้าต่างชาติมากไปกว่านี้ ยกตัวอย่างให้ดูกันชัดๆ การค้าไทย-จีนในช่วง8เดือนแรกของปีนี้ เราขาดดุลการค้าจีนประเทศเดียวสูงถึง 62,438.3 ล้านบาทแล้ว ส่วนหนึ่งมาจากภาคการผลิตของไทยไม่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ที่วันนี้โอกาสเติบโตยังพอดีหากได้รับการดูแลและเอาใจใส่จากรัฐบาลอย่างถูกที่ถูกทาง ดังนั้นแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนของรัฐบาลในอุตฯซอฟต์แวร์นั้น ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะผ่านไปยังรัฐมนตรีไอซีที"รศ.สิทธิชัย โภไคยอุดม" ไปพิจารณาดูว่าทำอย่างไรให้ภาคอุตสาหกรรมนี้ของไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ แทนการมุ่งแต่การสร้างสินค้าในปริมาณมากๆ หัวใจสำคัญประการแรก ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีดำเนินการได้ทันทีและทำได้ไม่ยาก คือ การใช้เงื่อนไขการลดหย่อนทางภาษี มาเป็นสิ่งจูงใจให้เจ้าของธุรกิจ-อุตสาหกรรมหรือกิจการต่างๆ หันมาใช้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นในประเทศโดยคนไทย ส่วนจะลดกี่เปอร์เซนต์ ก็แล้วแต่รัฐบาลเป็นผู้กำหนด แต่แค่นั้นก็คงไม่เพียงพอ หากจะให้ดีน่าจะกำหนดให้ผู้ที่มาลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทย ต้องเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยคนไทยเท่านั้น ส่วนจะสร้างวิธีการอย่างไร ให้เจ้าของกิจการรายใหญ่เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของไทยอย่างไร คงทำได้ไม่ยากเช่นเดียวกัน ลองคิดเล่นๆดู หากรัฐบาลผลักดันให้บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างโตโยต้าหรือบริษัทข้ามชาติรายอื่นๆ นำซอฟต์แวร์ที่คนไทยพัฒนาขึ้นไปใช้ ผู้เขียนมั่นใจหมื่นเปอร์เซ็นต์ว่า นี่คือ..โอกาสใหม่ เนื่องเพราะบริษัทเหล่านี้จะช่วยการันตีรับรองคุณภาพซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยคนไทยออกไปทั่วโลก อีกทั้งเป็นแนวทางผลักดันให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย เป็นที่ยอมรับและสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศตามนโยบายที่รัฐบาลตั้งใจไว้ได้ ยังมีอีกเรื่อง ที่เป็นความมุ่งหวังและเฝ้ารอของภาคเอกชน ต้องการให้"รศ.สิทธิชัย โภไคยอุดม" ผลักดันให้เกิดมาตรฐานอย่างเป็นรูปธรรม คือต้องการให้กระทรวงไอซีทีเข้ามาเป็นแกนกลางในการระดมสมอง รับฟังเสียงสะท้อนจากภาคเอกชน เพื่อเสนอแนวคิดกำหนดทิศทางการแข่งขันของอุตฯซอฟต์แวร์ร่วมกันในรูปแบบใหม่ๆ ให้สามารถสู้กับตลาดโลกได้ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันสานฝันอุตฯซอฟต์แวร์ไทยให้สามารถยืนอยู่บนเวทีโลกได้ทัดเทียมคู่แข่งจากประเทศอื่นๆส่วนจะทำได้แค่ไหน เป็นเรื่องที่น่าจับตามิใช่น้อย "บุคคลใด หน่วยงานใด มีองค์ความรู้ต้องการจะเผยแพร่แผนพัฒนาและต่อยอดในภาคธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนหรือมีปัญหาใดอยากคอมเมน์ผ่านคอลัมพ์นี้ เสนอความคิดเห็นมาได้ที่Khanfa@thannews.th.com ได้เลยครับ..?" ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ URL : http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=M4021606&issue=2160 |
|
26 ตุลาคม 2549 |
|
| ข่าวประจำวันที่ 26 ตุลาคม 2549 | ดูข่าวอื่นๆ |
